10 ปี Left 4 Dead กับจุดเริ่มต้นของเกมแนว FPS Co-op

 ในยุคนี้ หากจะมองหาเกม FPS Co-op ที่สามารถเล่นกับเพื่อนด้วยกันได้อย่างสนุกสนาน จะมีเกมไหนหนีพ้น Left 4 Dead กันบ้าง เพราะมันแทบจะกลายเป็นเกมสามัญประจำเครื่อง หรือประจำ Steam ของทุกคนไปแล้ว และไม่น่าเชื่อว่า ณ เวลานี้ปีนี้ Left 4 Dead ได้มีอายุ 10 ปีเต็มเรียบร้อยแล้ว (นับภาคที่ 2 ถ้านับภาคแรกก็จะอายุ 11 ปี) แล้วทำไมเกมที่ออกมาแล้วกว่า 10 ปี ถึงยังยืนยงคงกระพันอยู่ได้ ? เท่านั้นยังไม่พอ เกมนี้ยังจุดกระแสให้ผู้พัฒนาหลายทีม หันมาเริ่มสร้าง FPS Co-op ของตัวเองขึ้นมาอีกด้วย วันนี้เรามาหาคำตอบกันได้ในบทความตัวนี้

จุดกำเนิดของ Left 4 Dead

โปรเจคท์เกม Left 4 Dead นั้นเริ่มต้นพัฒนากันตั้งแต่ปี 2005 โดย Turtle Rock Studio มีจุดประสงค์เพื่อสร้างเกมสยองขวัญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ต่าง ๆ โดยตั้งใจมอบเกมที่มีประสบการณ์ทั้ง Single Player และ Multiplayer เข้าไว้ด้วยกัน ในตอนแรกนั้นเกมถูกนำไปเปิดตัวที่งาน Quakecon ปี 2007 ก่อนที่สตูดิโอ Turtle Rock จะถูก Valve เข้าซื้อกิจการในปี 2008 ซึ่ง Left 4 Dead นี่แหละที่เป็นเกมที่ Valve ยอมควักเงินกว่า 10 ล้าน$ เพื่อทำการโปรโมททั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยมีการโฆณาผ่านทางโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์ รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะอีกหลาย ๆ ที่ เรียกได้ว่าดันกันสุดฤทธิ์สุดเดช

และแน่นอนว่าผลของการโปรโมทหนักขนาดนี้ และตัวเกมก็ทำออกมาได้ดี มันเลยกลายเป็นเกมยอดฮิตขึ้นมาทันทีในช่วงที่เกมวางขายในเดือนพฤศจิกายนปี 2008 แน่นอนว่าด้วยความที่เกมดังขนาดนี้ ปัญหาอย่างโปรแกรมช่วยเล่นก็ตามมา ทาง Valve เลยต้องรีบแก้ปัญหาด้วยการแพทช์ป้องกันในเดือนธันวาคมปี 2008

ตัวเกมหลังวางจำหน่าย

Valve นั้นต้องการที่จะให้เกมนี้เป็นเกมจ่ายทีเดียวจบ ส่วนเนื้อหาต่าง ๆ หรือ DLC นั้นจะอัพเดทให้ฟรี ทั้งเวอร์ชั่น PC และ XBOX 360 หลังจากเกมวางจำหน่ายได้ 3 เดือน ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ปี 2009 Valve ก็เปิดรายละเอียดเกี่ยวกับ DLC ใหม่ที่เป็นการเพิ่มฉากใหม่ 2 ฉากในโหมดเนื้อเรื่องนั่นคือ Death Toll และ Dead Air จากนั้นก็มีคอนเทนต์ฟรีอัพเดทตามมาอีกมากมาย แต่ใครเล่าจะรู้ว่า ตัวเกมในภาคแรกนั้น วางจำหน่ายไปได้ครบ 1 ปีเต็ม ตัวเกมก็จะงอกภาค 2 ตามออกมา แถมยังปล่อยออกมาในวัน และเดือนเดียวกันกับภาคแรกเป๊ะ ๆ

เสน่ห์ของเกมเพลย์ที่ทำให้เราเล่นได้ไม่มีเบื่อ

Left 4 Dead แทบจะเป็นเกมแรก ๆ ที่เปิดให้เราเดินหน้าลุยกับเหล่าศัตรูที่เป็น A.I. ร่วมกับเพื่อนเราอีก 3 คน (รวมเราก็เป็น 4) และเลขนี้แหละที่ทำให้เกมหลัง ๆ ในยุคถัดมา มักจะ Co-op กันได้ที่ 4 คนเป็นมาตรฐาน จะบอกได้ว่า เพราะมันเป็น “เกมแรก” ที่ทำออกมา มันเลยกลายเป็นดาวค้างฟ้าอยู่อย่างนั้น จริง ๆ แล้วเกมอื่นอาจจะทำมาก่อนก็ได้ แต่เพราะมันไม่ดัง หรือประสบความสำเร็จเท่า Left 4 Dead เท่านั้นเอง

จุดเด่นของเกมนี้ก็คือกราฟิกที่สวยงาม (ในยุคนั้น) และสเปคคอมพิวเตอร์ที่ไม่แรงมากก็เล่นกันได้ และตัวเกมก็เล่นได้ทั้งโหมด Single Player และ Online Multiplayer ทั้งผ่านระบบ Lan และ Co-op ในช่วงที่เกมนี้วางจำหน่าย อยู่ในช่วงปี 2008-2009 ซึ่งยังถือว่าร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ยังมีอยู่เยอะมาก และแน่นอนว่าร้านเกมเหล่านี้ก็ต้องลงเกมนี้เอาไว้เพื่อเรียกเด็ก ๆ เข้าร้าน (แม้มันจะเป็นเกมเถื่อน) ด้วยความที่มันแลนเล่นกันได้ในร้านเดียวกัน เกมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเกมยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในร้านเกมบ้านเรา และไม่แปลกที่เกมนี้จะเข้าถึงทุกคนง่ายมาก เพราะมันฮิตกับแบบสุด ๆ

เกมเพลย์ที่เป็นการร่วมมือกันเล่น ทำให้ความสนุกและบรรยากาศตอนเล่นกับเพื่อนนั้นถึงขีดสุดมาก นึกสภาพบรรยากาศร้านเกมสุดโหวกเหวกโวยวายเวลาไล่ยิงซอมบี้กันดู โมเมนท์นี้น่าจะอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน และแม้ในยุคนี้คนจะหันมาอุดหนุนสินค้าลิขสิทธิ์กันเยอะ และตัวเกมนั้นรองรับการเล่นระบบออนไลน์อยู่แล้ว แต่เกมก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ยังมีคนเล่นอยู่วันละหลายหมื่นคนต่อวันอยู่ดี

ปัจจัยอื่นที่ทำให้เกมสนุกได้ก็น่าจะเป็นการติดตั้ง Mod ที่เปลี่ยนแปลงตัวละครหรือซอมบี้ให้กลายเป็นตัวละครต่าง ๆ นา ๆ ได้รับความนิยมกันอย่างมากเพราะทำให้เราเหมือนได้เล่นเกมใหม่ไปเลย หรือจะเป็น Mod ฮา ๆ อย่างเช่น การเสก Witch ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก หรือให้ผีบางตัวมากันแบบไม่หยุดไม่หย่อน ถึงแม้ว่าฉากต่าง ๆ จะมีไม่มาก แต่เพราะเหล่า Mod คอยทำอะไรดี ๆ ฮา ๆ ออกมาให้ตลอด มันเลยทำให้เกมกลายเป็นมีคุณค่าในการเล่นซ้ำขึ้นมาทันที บวกกับเกมนั้นจบในฉากของมันเองอยู่แล้ว (แม้จะมีเนื้อเรื่องโดยรวมด้วย) ทำให้เกมนี้สามารถเล่นได้เรื่อย ๆ และอยู่ยืนมากว่า 10 ปีเต็ม

จุดกระแสให้เกม FPS Co-op มาจนถึงทุกวันนี้

หลังจาก Left 4 Dead ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้เกมแนว FPS Co-op นั้นโด่งดังเป็นพลุแตกขึ้นมาทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนอกจากมันจะสนุกแล้ว มันยังเป็นเหมือนเกม Casual เล่นง่าย และมีหลากหลายค่ายเกมและทีมผู้พัฒนาออกมาทำเกมแนวนี้อีกเยอะมาก แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกเกมที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งทางเราก็ได้คัดเกมเจ๋ง ๆ มาให้ดูแล้วลองตามไปดูกันได้ ที่นี่

และเชื่อว่าตัวเกมนั้นอาจจะแตกยอดออกไปได้อีกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Loot & Shoot ที่ใส่ความเป็น RPG เข้ามา อย่างเช่นเกมจำพวก Borderlands จนมาถึง The Division แต่ไม่ว่ากี่เกมจะออกมามากมายแค่ไหน Left 4 Dead ก็ยังสามารถครองอันดับต้น ๆ ของเกมแนวนี้ได้อยู่เสมอ ตามปัจจัยและสาเหตุที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

คาดว่าจากนี้ เกมแนว FPS Co-op จะยังเกิดขึ้นมาใหม่อีกมาก และ Left 4 Dead จะครองตำแหน่ง Top Tier ของเกมแนวนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน กาลเวลาจะเป็นคำตอบให้เรื่องนี้ คนที่ได้ผลประโยชน์ก็ยังคงเป็นเกมเมอร์อย่างเรา ๆ นี่ล่ะที่มีเกมให้ได้เล่นกันตลอดไม่ขาดสายเลยทีเดียว