10 โหมดพิเศษของวิดีโอเกมที่ยากเกินจนต้องร้องขอชีวิต

 เกมเมอร์หลายท่านชื่นชอบการเล่นเกมที่ท้าทาย เพราะสามารถสร้างความภาคภูมิใจและลุ้นระทึกมากกว่าโหมดปกติหลายเท่าตัว แต่บางครั้ง ทีมผู้พัฒนาบางเกมเอาใจสายฮาร์ดคอร์มากเกินไปหน่อย จนบางครั้งกล้าที่จะสร้างโหมดความยากแบบพิเศษขึ้นเพื่อให้เหล่ามนุษย์ต่างดาวเล่นกัน

และแน่นอนว่าผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์บางคนเมื่อลองโหมดเหล่านี้จะต้องรู้สึกเสียใจภายหลัง จนต้องร้องออกมาว่าเกมมันยากเกินไป ! แล้วจะมีรายชื่อเกมอะไรบ้าง นี่คือ 10 โหมดพิเศษของวิดีโอเกมที่ยากเกินจนต้องร้องขอชีวิตกันครับ

Dark Souls – New Game ++++++Dark Souls: Remastered

การเล่นโหมด New Game+ ฉบับ Dark Souls เปรียบเสมือนเป็นบททดสอบจิตใจของผู้เล่น ว่าจะสามารถประคองจิตได้จนจบเกมหรือไม่

New Game+ เวอร์ชัน Dark Souls จะไม่มีเหมือนกับระบบเกมอื่น เพราะผู้เล่นสามารถเล่นจบซ้ำสำหรับโหมดดังกล่าวได้หลายรอบ โดยเล่นจบหนึ่งรอบ เครื่องหมายบวกจะเพิ่มมาอีกหนึ่งตัว

ยกตัวอย่างเช่น หากเล่น New Game+ จบ รอบต่อไปจะเป็น New Game++ และเล่นจบไปเรื่อย ๆ จนสามารถปลดระดับ New Game++++++

ทุกครั้งที่ New Game+ บวกเพิ่ม ความยากของเกมจะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ การโจมตีของศัตรูจะแรงมากขึ้น, เลือดของลูกกระจ๊อกอึด และสูญเสียค่า Souls จากการตายเป็นจำนวนมากขึ้น ฉะนั้น New Game++++++ ซึ่งจัดว่าเป็นระดับความยากสูงสุด จะเป็นการวัดความอดทนของเกมมอร์ว่าผู้เล่นสามารถทนเล่นจบจากการตายถี่มากขึ้นหรือไม่

Wolfenstein II: The New Colossus – Mein LebenWolfenstein

ถ้าหากผู้เล่นอยากเอาเป็นเยี่ยงอย่างคุณ B.J. Blazkowicz ทหารที่เกิดมาเพื่อฆ่าพวกขยะนาซีโดยเฉพาะ คุณสามารถแบกชื่อนี้ด้วยการเล่นโหมด Mein Leben แต่ฝีมือของผู้เล่นจะต้องสามารถฝากชีวิตให้ B.J. อีกด้วย

Mein Leben เป็นภาษาเยอรมัน มีความหมายว่า “ชีวิตของฉัน” โดยมีคุณสมบัติความยาก คือหากผู้เล่นตายเพียงรอบเดียว ก็เท่ากับว่า Game Over และต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น (หรือโหมด Permadeath นั้นเอง)

นอกจากนี้ ศัตรูประเภทเกราะจะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นการเล่นโหมด Mein Leben เกมมอร์ต้องฝึกฝนเป็น B.J. Blazkowicz ที่ต้องบู๊แหลกและบ้าบิ่นอย่างชาญฉลาดอีกด้วย !

DooM (2016) – Ultra-Nightmare

Doom

คล้ายกับความยากของ Wolfenstein II หากผู้เล่นตายเพียงแค่รอบเดียว ก็เท่ากับว่า Game Over และต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น แต่สิ่งฮาร์ดคอร์กว่าเกมดังกล่าว คือการเคลื่อนไหวของศัตรูจะรวดเร็วมากจนสามารถรุมเข้าหาผู้เล่นอย่างรวดเร็ว

แต่จงอย่างลืมว่าเราเป็น DooM Guys อย่าให้ความกลัวมารั้งความสามารถของคุณ เพราะตัวเกมจะอัดฉีดกระสุนให้เก็บเพิ่มขึ้นตามมา 2 เท่า! ทำให้เกมมอร์จะต้องฉีกเหล่าปีศาจเป็นชิ้น ๆ อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้

Metro Series – Ranger Hardcore

Ranger Hunter คือบททดสอบการเอาตัวรอดสูงสุดของเกมซีรีส์ Metro หน้าหน้าตา HUD จะถูกปิดทั้งหมด รวมถึงทั้งฝั่งเกมมอร์กับศัตรูจะอ่อนแอปวกเปียกพอ ๆ กัน ซึ่งเพียงกระสุนหนึ่งนัดสามารถปลิดชีพได้ทั้งคู่ ส่วนของกระสุนให้เก็บน้อยลง ทำให้เกมการเล่นลำบากอย่างมาก เมื่อเข้าสู่ช่วงไล่ล่าปืนเดือด ฉะนั้นการลอบเร้นกับความใจเย็น จึงแทบเป็นทางเลือกเดียวในการเอาชนะความยากระดับ Ranger Hunter นี้

Fallout 4 – Survival Mode

โหมด Survival ของ Fallout: New Vegas สร้างความถูกใจให้เกมมอร์สายเอาชีวิตรอดหลายคน แต่สำหรับความยากของ Fallout 4 สามารถช่วยยกระดับความฟินแก่ผู้เล่นและสร้างการตึงเครียดในเวลาเดียวกัน

Survival Mode ฉบับ Fallout 4 มีความคล้ายคลึงกับ Fallout: New Vegas เพราะเกมมอร์ต้องดื่ม ต้องกิน ต้องนอน เพื่อสามารถดำรงชีวิตท่ามกลางโลกหลังหายนะต่อไป และความยากของศัตรูก็อึดขึ้น รวมถึงคุณสมบัติของไอเท็มจะสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

แต่สำหรับ Fallout 4 มันคืออัพเกรตความยากขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ โดยมีฟีเจอร์หลักเพิ่มขึ้นมา คือเกมมอร์ไม่สามารถ Fast Travel, หากยกของหนักเกินไป ค่าสถานะจะลดลงตามมา, สามารถ Save เกมจากการนอน และมีระบบป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งรักษาจากการใช้ Antibiotics เท่านั้น

Resident Evil – Invisible Enemy

ถึงแม้ระบบความยากพิเศษดังกล่าวจะไม่มีให้เห็นอีกแล้วในเกม Resident Evil ภาคใหม่ แต่ก็ยังเป็นที่น่าจดจำจนถึงทุกวันนี้ ด้วยไอเดียสุดแหวกแนวและยากสมกับคำร่ำลืออีกด้วย

Invisible Enemy ก็ตรงตามชื่อเลย ซอมบี้ภายในเกมจะล่องหนทั้งหมด ซึ่งทำให้ผู้เล่นไม่สามารถสังเกตเห็นหรือเล็งยิงปืนให้โดนเป้าหมาย ทำให้เกมมอร์จำเป็นต้องฟังเสียงแทนการสังเกต และหลีกเลี่ยงกับการปะทะซอมบี้เกือบทุกกรณี เพราะสำหรับเกมประเภทสยองขวัญเอาตัวรอดแล้ว การยิงปืนใส่เป้าหมายที่มองไม่เห็น ก็ไม่ต่างจากการยิงมั่วซะเท่าไหร่นัก

The Legend of Zelda: Breath of the Wild – Master Mode

Link เป็นหนึ่งในตัวละครเงียบที่น่าจดจำที่สุดของค่าย Nintendo แต่เกมมอร์ต้องเป็นใบ้ตามเขา เมื่อได้ลองสัมผัส Master Mode ฉบับ The Legend of Zelda: Breath of the Wild ซึ่งมีความยากเกินจะบรรยาย

สำหรับ Master Mode บางแผนที่มีการเพิ่มอาณาเขตมอนเตอร์กว้างขึ้น รวมถึงศัตรูจะแข็งแกร่งเพิ่มหนึ่งเลเวล และตัวเกมจะทำโทษผู้เล่นด้วยทิ้งเลือดเหลือเพียงครึ่งหลอด จากโหมด Normal ที่ฟื้นขึ้นมาแบบเลือกเต็มหลอด

ที่สำคัญที่สุด ถ้าหากโดนโจมตีที่มีความรุนแรงพอ ผู้เล่นมีโอกาสตายภายในครั้งเดียว และ Master Mode จะปิดระบบกะพริบป้องกันหลังโดนโจมตี ฉะนั้นหากเกมเมอร์โดนศัตรูรุมโจมตีใส่จนตอบโต้ไม่ได้ ก็เตรียม Restart เกมตั้งแต่ Checkpoint เลย  โอ้ ! ระบบเซฟของ Master Mode จะโดนล็อกใช้ได้เพียงช่องเดียวเท่านั้นอีกด้วย

Metal Gear Solid 2, 3 – European Extreme

ซีรีส์ Metal Gear Solid มีความใส่ใจในรายละเอียดมาก ทำให้ความฉลาดของ A.I. จึงมีคุณภาพมากกว่าเกมอื่น และโหมดความยากพิเศษอย่าง European Extreme จะวัดความสามารถในการลอบเร้นและเสริมระมัดระวังต่อสภาพแวดล้อมแบบขีดสุด

กฎการเล่นโหมด European Extreme ก็สั้นนิดเดียว อย่าให้ข้าศึกเห็นเป็นอันขาด! เพราะถ้าหากศัตรูเข้าสู่ Phase: Alert เมื่อตัวเกมจะบังคับให้ Game Over ทันที

แต่ไม่ได้ยากเฉพาะเพียงแค่การลอบเร้นอย่างเดียว แต่การปะทะบอสก็เปรียบเสมือนเป็นฝันร้ายของเหล่าเกมเมอร์เช่นกัน เพราะเราสามารถพกกระสุนปืนเพียงแค่นิดเดียว และผู้เล่นก็อ่อนปวกเปียกมากจนสามารถตายได้เพียงแค่พลาดท่า 2-3 ครั้ง เท่านั้น

The Last of Us – Grounded Mode

Last of UsThe Last of Us เป็นเกมที่มีวิวัฒนาการด้านตัวละครที่สูงส่ง และมีเนื้อเรื่องดราม่าสุดกระแทกใจ แต่ทุกอย่างที่สะสมมาพังทลายทั้งหมด จนกลายเป็นเกมหัวร้อนปาจอทิ้งทันที เมื่อเล่นโหมดความยากแบบพิเศษตัวนี้

คุณสมบัติของ Grounded Mode คือไอเท็มลดน้อยลงจนแทบไม่มีให้เก็บ, ระบบการฟังเสียงรวมถึง HUD ถูกปิดการใช้งาน, AI ฉลาดขั้นสูงสุดกับโจมตีแรงขึ้นสามเท่า, พันธมิตรจะไม่ให้กระสุนหรือเครื่องปฐมพยาบาล และ Checkpoints น้อยลงมาก

หรือง่าย ๆ คือความยากระดับ Grounded Mode จะมีความสมจริงมากขึ้น เพราะฟีเจอร์เด่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในเกมทั้งหมดโดนลดทอนจนไม่เหลืออะไรเลย ซึ่งเหมือนกับโลกหลังหายนะใช้ชีวิตจริงที่คุณเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น หากผู้เล่นพลาดกันง่าย ๆ ก็ต้องลงเอยด้วยความตายแบบไม่น่าให้อภัยเช่นกัน

The Evil Within – Akumu Mode

นี่อาจจะเป็นระดับความยากที่ไร้สาระที่สุดในบรรดาวิดีโอเกมทั้งมวล เพราะการเอาชนะ Akumu Mode ของ The Evil Within กับ The Evil Within 2 แทบเป็นไปไม่ได้

Akumu Mode มีคุณสมบัติเด่นที่ทำให้หลายคนต้องร้อง WTF นั่นคือ โดนครั้งเดียวตาย ไม่ว่าจะดาเมเล็ก ๆ เพียงแค่ยุงกัดก็สามารถปลิดชีพผู้เล่นทันที

เพียงแค่นี้ ก็นับว่ายากมากพอแล้ว แต่ยังไม่หมด ! การออกแบบเกมโดยรวม ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกมเมอร์เล่นลำบากขึ้นหลายเท่าตัว ศัตรูชนิดพิเศษจะโผล่เร็วขึ้น ไอเท็มผสมและกระสุนลดลงอย่างมาก ซึ่งเกมเมอร์ก็ทราบดีอยู่แล้วว่ากับดักของเกมนี้มีเยอะมาแค่ไหน

ทำให้การลอบเร้นและสังเกตสภาพแวดล้อมเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะโหมด AKUMU แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีให้ได้ แม้ว่าระบบ Checkpoint ของโหมดนี้จะถี่มากขึ้นก็ตาม