Review: Metro Exodus

 *เนื้อหาและภาพบางส่วนของวิดีโอรีวิวถูกจัดทำและเก็บข้อมูลหลังการเปลี่ยนการ์ดประมวลผลภาพ จาก GTX 980ti ไปเป็น RTX 2080ti เนื้อหาอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากบทความด้านล่าง

Story

1 ปีหลังจากการต่อสู้ปกป้องฐานทัพ D6 อาร์เที่ยม ทหารกล้าแห่งกลุ่ม The Order ยังคงดั้นด้นกับการตามหาสัญญาณของโลกภายนอกเพื่อหาถิ่นที่อยู่ใหม่ที่ดีกว่าอุโมงค์รถไฟใต้ดิน แม้ว่าคนรอบข้างจะมองว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ อารเที่ยม ก็ยังเชื่อว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่ล่มสลายใบนี้  และในวันนึง อาร์เที่ยม ก็ได้พบกับความจริงบางอย่างที่ทำให้เขาได้รู้ว่าสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดเป็นเรื่องจริง อาร์เที่ยม กับสหายศึกหน่วยสปาร์ตั้นจึงต้องออกไปเผชิญโลกในอีกด้านที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ถ้าคุณไม่เคยเล่น Metro 2033 กับ Metro Last Light คุณก็อาจจะไม่ค่อยอินกับเรื่องราวในเกมนี้ เพราะคุณจะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาตัวเอกของเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง มีความสัมพันธ์กับตัวละครแต่ละตัวมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยเรื่องราวในภาคนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปมเก่า ๆ ที่ผ่านมา เพราะงั้นคุณสามารถเล่นได้เลยแล้วก็ยังเข้าใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่สำหรับท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกคุณก็อาจจะมีอาการผิดหวังเล็กน้อย เพราะมันไม่มีการสานต่อใด ๆ จากเนื้อเรื่องที่ทิ้งเชื้อไว้ในตอนจบภาคที่แล้วเลย

ถ้าหากว่าคุณเคยดูหนังสไตล์โลกล่มสลาย หรือเล่นเกมแบบ Fallout มาก่อน คุณจะยิ่งคาดเดาเนื้อเรื่องในเกมนี้ได้ไม่ยาก พล็อตหลักของเกมนี้ คือการเดินทางไปในโลกที่ตัวละครหลักไม่เคยพบเจอมาก่อน พร้อมกับหาทางรับมือกับสังคมใหม่ที่ไม่รู้ว่าใครบ้างที่เป็นมิตรหรือศัตรู นี่คือเนื้อหาที่ค้อนข้างจะพื้นฐานอยู่แล้ว แถมปมบางจุดที่เกมเผยออกมา ก็ออกแนวมุขเดิม Cliché อย่างที่เราเห็นในหนังหรือเกมทั่วไป คือก็ใช่ว่ามันไม่สนุกหรือจืดมาก ถ้าสรุปเนื้อหาโดยรวมมันก็อยู่ในระดับดี ยิ่งถ้าคุณเคยติดตามภาคก่อน ๆ มา ก็น่าจะยิ่งชอบกับการได้เห็นบทสรุปของการผจญภัยในโลกนี้  สรุปคือสนุก ไม่น่าเบื่อ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้แปลกใหม่มากเท่าไหร่นั่นเอง

Presentation

ถ้าคุณเคยเล่นภาคที่ผ่านมา พอได้สัมผัสภาคนี้คุณอาจจะรู้สึกเหมือนไม่ได้เล่นเกม Metro เลย ทั้งที่เกมก็ใช้ชื่อว่า Metro แต่ฉากที่เป็นอุโมงค์ใต้ดินแคบ ๆ จะเป็นแค่ส่วนน้อยนิดในการผจญภัยครั้งนี้ ตัวเกมจะไม่ได้เป็น Open World เต็มรูปแบบ แต่มันจะเป็นรูปแบบคล้าย ๆ กับเกม Witcher 2 คือเกมจะแบ่งช่วงเป็นด่าน ๆ ในด่านนึงจะเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ที่คุณสำรวจได้ทั่ว และคุณก็จะมี Hub หรือโซนปลอดภัยเป็นรถไฟของคุณเอง และเมื่อเราผ่านฉากนั้นไปแล้วเราก็จะไม่สามารถย้อนกลับมาที่ฉากนั้นได้อีก แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทั้งเกม ในบางฉากมันจะเป็นการดำเนินเรื่องแบบเส้นตรงเหมือนที่เคยเป็นมาในภาคก่อน หรือเป็นแบบลูกผสมระหว่างเส้นตรงกับโลกเปิดก็มี ถือว่าเป็นดีไซน์ที่สมดุลกันพอดีไม่มากไปไม่น้อยไปและไม่น่าเบื่อ

ในแต่ละช่วงของเกม เราจะได้เจอกับฝักฝ่ายแต่ละแบบที่จะต้อนรับคุณด้วยรูปแบบที่คล้ายกัน นั่นคือยิงก่อน ถามทีหลัง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะจัดการกับพวกเขายังไง โดยเกมจะสื่อเจตนาและความต้องการของแต่ละฝ่ายให้เราเข้าใจก่อน ส่วนเราก็มีหน้าที่ตัดสินว่าจะเป่าหัวเรียงตัวแล้วปล้นสะดมกันเลยไหม หรืออาศัยเมตตาจิตทุบให้หลับหรือปล่อยผ่านไป ซึ่งแน่นอนว่าภาคนี้ยังมีการจบเกมแบบดีกับไม่ดี แต่เงื่อนไขในการจบดีจะไม่เหมือนกับภาคที่ผ่านมา มันไม่ได้ง่ายแบบภาคแรกที่ให้คุณเลือกเอาเลยว่าจะจบดีหรือไม่ดี (ซึ่งก็ไม่มีผลอยู่ดี เพราะเนื้อเรื่องมันสานต่อจากฉากจบไม่ดี) กับในภาค 2 ที่ยากจนหืดขึ้นคอ แบบที่ว่าคุณต้องห้ามฆ่ามนุษย์คนไหนเลยทั้งเกม ยกเว้นจะเป็นฉากที่บังคับ (และคุณก็ควรจะได้เห็นฉากจบนี้ เพราะในภาค Exodus เขาดำเนินเรื่องต่อจากฉากนี้) สำหรับในภาค Exodus คุณจะได้ใช้วิจารณญาณของคุณและมันจะให้ผลอย่างเหมาะสม ขอแค่คุณมองให้ออกว่า คนกลุ่มไหนไม่ควรถูกทำร้าย หรือคนกลุ่มไหนที่สมควรตายไปให้พ้น ๆ เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เห็นฉากจบที่ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเล่นบทอภิมหาพ่อพระเหมือนภาคก่อน แต่มันก็ยังมีความท้าทายในบางช่วง ที่คนกลุ่มนึงอาจจะไม่สมควรถูกฆ่าแต่เขากลับพยายามฆ่าคุณนั่นล่ะ

ช่วงที่เกมเป็นแบบเปิดกว้างให้คุณได้ออกสำรวจตามใจชอบ นี่อาจจะเป็นช่วงที่ถูกใจมาก ๆ สำหรับแฟน ๆ แนว Action, Survival อย่าง S.T.A.L.K.E.R. คุณจะได้เดินหาทรัพยากรที่จำเป็นกับการเอาตัวรอด เผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามที่เป็นมนุษย์ และหาทางเอาตัวรอดจากสัตว์กลายพันธุ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นของมันเอง แถมยังมีจุดที่เป็นโซนอันตรายทางธรรมชาติ อย่างเช่นพื้นที่ที่มีระดับรังสีสูงจนอันตราย Anomaly หรือปรากฏการณ์ใหม่ทางธรรมชาติที่เป็นอันตรายกับทุกสรรพสิ่ง  ไม่ก็อาจจะเป็นอันตรายแบบใหม่ที่คุณนึกไม่ถึง ทำให้คุณรู้สึกถึงความอันตรายและการเอาตัวรอดที่เร้าใจ ซึ่งคุณอาจจะลดความเสี่ยงด้วยการเล่นแบบตรงไปยังจุดเป้าหมายภารกิจอย่างเดียว แต่การออกสำรวจไปยังจุดอันตรายต่าง ๆ คุณอาจจะได้รางวัลเป็นไอเทมใหม่ ๆ ที่จะทำให้คุณเก่งขึ้น แต่ถึงคุณจะข้ามมันไปคุณก็ยังเล่นจบได้อยู่ดี เพียงแค่ว่า Option ใหม่ ๆ ที่คุณได้มาจะทำให้เกมง่ายขึ้นเท่านั้น ซึ่งในด้านดีไซน์เกมถือเป็นรูปแบบใหม่ที่มาถูกทางมาก ๆ และในเมื่อภาคนี้อาจจะไม่ใช่ภาคสุดท้ายของ Metro ก็ขอให้ภาคต่อไปเขาจะพัฒนาดีไซน์นี้ให้เยี่ยมขึ้นไปอีก

Gameplay

Metro ก็ถือเป็นเกม Shooting ที่ hardcore ระดับนึง ถ้าหากว่าคุณไม่เคยเล่น นี่คือเกมที่คุณจะได้สัมผัสการต่อสู้แบบถึงเลือดถึงเนื้อ ทั้งศัตรูที่เป็นคนที่คุณต้องหาทางเอาชนะด้วยการลอบเร้นหรือใช้ชั้นเชิงในการยิงที่สูงกว่า กับสัตว์กลายพันธุ์ที่จะเข้ามารุมทึ้งคุณอย่างไม่ปราณี และในช่วงที่คุณต้องออกไปนอกอาคารคุณจะต้องระวังระดับออซิเจนให้ดีแถมต้องระวังอย่าให้หน้ากากกันแก๊สของเราแตก แถมคุณต้องกระเสือกกระสนกับการหากระสุนกับตัวกรองอากาศ เราต้องค้นทุกที่ที่ค้นได้ เก็บทุกอย่างมาจากศัตรูผู้ล่วงลับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดให้มากที่สุด

นี่คือสิ่งที่คุณจะได้เผชิญใน 2 ภาคที่ผ่านมา แต่สำหรับ Exodus เขายกระดับความท้าทายขึ้นไปอีก นี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะได้ถอดหน้ากากเวลาที่เราอยู่นอกอาคาร อากาศจะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวลมาก แต่เราต้องเผชิญกับการเอาตัวรอดแบบเพียว ๆ เน้น ๆ ยาเติมพลังกับตัวกรองอากาศจะไม่ใช่สิ่งที่คุณหาเก็บได้ แต่คุณจะต้องคราฟมันขึ้นมาด้วยเศษเหล็กกับน้ำมัน โดย 2 อย่างนี้จะเป็นทรัพยากรหลักที่คุณต้องค้นหามาใช้ ทั้งจากการค้นศพ การเก็บของตามฉาก หรือแม้แต่รื้อชิ้นส่วนปืนที่หล่นอยู่ตามพื้น และในเมื่อการฟื้นพลังกับออกซิเจนไม่ใช่อะไรที่ได้มาง่าย ๆ การโดนโจมตีกับการเข้าไปในพื้นที่อากาศเป็นพิษ ก็ยิ่งมีความอันตรายมากกว่าเดิม

และในเมื่อเราไม่มีการเข้าซื้ออาวุธปืนในเมืองเหมือนภาคก่อน ทุกอย่างที่เราใช้ป้องกันตัวเราจะต้องประกอบมันขึ้นมาเอง โดยระบบมันจะเป็นการที่ว่าเรามีปืนกระบอกนึงเป็นโครงหลัก ส่วนเราจะประกอบให้มันเป็นอาวุธแบบไหนก็อยู่ที่ชิ้นส่วนที่เราจะเปลี่ยนใส่ แต่ชิ้นส่วนแต่ละอย่างคุณไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเอง คุณจะต้องหาจากอาวุธชิ้นอื่น ๆ ที่คุณไม่รื้ออกมาได้ อย่างเช่นจากปืนของศัตรูหรือปืนที่ซ่อนอยู่ตามฉาก เมื่อคุณได้มันมาแล้วมันก็จะเป็น option ให้คุณเลือกตลอดไป และคุณสามารถที่จะแต่งมันได้ทุกที่อย่างเช่นถ้าคุณต้องการจะให้อาวุธของคุณกลายเป็นแบบเก็บเสียงหรือต่อสู้แบบระยะไกล คุณก็สามารถเปิดโหมดแต่งปืนแล้วทำได้ ณ เดี๋ยวนั้นเลย บรรยากาศมันจะคล้าย ๆ กับเกม Crysis แต่ก็ใช่ว่าคุณจะใช้อาวุธของคุณได้อย่างสบายใจ ยิ่งคุณใช้ไปนาน ๆ อาวุธกระบอกนั้นก็จะยิ่งสกปรกมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคุณต้องนำมันกลับมาทำความสะอาดที่โต๊ะซ่อมบำรุง โดยโต๊ะพวกนี้จะอยู่ใน Safe House ตามฉากหรือบนรถไฟของเรา และการจะทำความสะอาดเราก็ต้องใช้น้ำมันด้วย ทำให้เราต้องเผื่อทรัพยากรในเรื่องนี้ด้วย และก็อย่าลืมว่าคุณก็จะต้องใช้น้ำมันในการคราฟยาเติมพลังเช่นกัน การสำรวจหาทรัพยากรจึงจำเป็นอย่างมากกับเกมนี้

แต่น่าเสียดายที่ว่า ระบบการเล่นของภาคนี้มันค่อนข้างจะฝืดและไม่ตอบสนองได้ดีเท่าที่ควร ทั้งที่เราจะต้องเอาตัวรอดแบบช็อตต่อช็อต แต่อนิเมชั่นในการทำอะไรหลาย ๆ อย่างของเราจะช้ามาก นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของ option ที่ยังทำไม่ค่อยดี อย่างเช่นระดับความลื่นไหลของเมาส์ที่เรียกได้ว่าแปลกมาก หากเทียบกับ 2 ภาคที่ผ่านมา และเราก็ยังปรับความกว้างของระยะการมองเห็น(Field of View) ไม่ได้เหมือนเดิม ทั้งที่ในโหมดถ่ายรูปเราสามารถปรับมันได้ ซึ่งก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นความท้าทายที่ผู้สร้างเขาตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้ แต่ถ้าคุณไม่ชอบเกม FPS ที่ให้อารมณ์แบบฝืด ๆ คุณก็อาจจะไม่ชอบระบบการเล่นของเกมนี้ซักเท่าไหร่

Performance

ซีรีส์ Metro ถือเป็นเกมทรมานเครื่องระดับนึงเลยทีเดียว ด้วยคุณภาพกราฟฟิคระดับแถวหน้า ที่รวมเอาเอฟเฟคหลาย ๆ อย่างของยุคมารวมไว้ในที่เดียว ทำให้คอมหลาย ๆ คนต้องยอมสิโรราบ แต่ถ้าคุณมีฮาร์ทแวร์ที่แรงพอจะเล่นได้ แม้คุณจะเล่นด้วยภาพแบบ 1080p ธรรมดา พร้อมกับปรับกราฟิกแค่เพียงระดับ High ไม่มีลูกเล่น Ray Tracing, Hairwork หรือ Tessellation คุณก็จะได้พบกับกราฟิกที่สวยซะจนเหมือนปรับสุดในเกมทั่วไป และยิ่งถ้าคุณมีเงินเหลือ ๆ พอที่จะเปิดลูกเล่นทุกอย่างจนครบ บนความละเอียดที่สูงกว่า 1080p นี่จะเป็นหนึ่งในเกมที่ภาพสวยที่สุดในตอนนี้เลยทีเดียว

แต่ก็ต้องยอมรับในความกินเครื่องหนักของเกมนี้จริง ๆ สเปกขั้นต่ำที่เกมนี้กำหนดมา ก็แทบจะเป็นระดับสูงของอีกหลายเกม แถมเล่นได้ไม่ลื่นเกิน 60 เฟรมเรตด้วยซ้ำ และแม้ว่าคุณจะมีฮาร์ทแวร์ที่สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล คุณก็จะเจอกับปัญหาของการโหลดเกมที่ใช้เวลานานมาก ยิ่งถ้าคุณเล่นมันบน Direct X 12 มันจะยิ่งเพิ่มระยะเวลาในการโหลดให้นานขึ้นไปอีก รวมทั้งอาการเกมกระตุกที่อาจจะมาเป็นระยะในระหว่างที่คุณข้ามแอเรียใหม่ ซึ่งถ้าอาร์ทแวร์ของคุณยิ่งต่ำอาการกระตุกก็จะยิ่งหนัก และคุณอาจจะเจอบั๊คบ้างเป็นบางจุด โดยเฉพาะอนิเมชั่นศัตรูที่อาจจะลอยขึ้นจากพื้นบ้าง จมเข้าไปในฉากบ้าง แต่ในส่วนของบั๊คก็ยังไม่หนักหนาเท่าไหร่ และก็ไม่มีช่วงไหนที่ถึงขั้นพาให้เกมล่มได้ ปัญหาหลักจริง ๆ ของเกมนี้ก็คือการกินแรงเครื่องที่สูงลิ่วเลยนี่ล่ะ

Verdict

โดยรวมแล้ว นี่คือเกมแนว Action, Survival ที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ทั้งเกมการเล่นที่ถึงใจ ความท้าทายที่พอดิบพอดี และการถ่ายทอดบรรยากาศที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าหากว่าคุณเป็นแฟนเกมแนวอย่าง S.T.A.L.K.E.R. คุณจะต้องถูกใจเกมนี้อย่างแน่นอน แต่ด้วยระดับความต้องการเครื่องที่สูงเอาเรื่อง ก็น่าจะทำให้หลายคนหนักใจอยู่ไม่น้อย