วิธีชั่งใจเลือกซื้อเกมให้โดนใจผู้เล่น

 ถ้าหากคุณเป็นเกมเมอร์เป็นสายประหยัดหรือสายเล่นจบทีละเกม แน่นอนว่าการเลือกซื้อเกมให้โดนใจและได้คุณภาพสมกับราคาที่เสียไปถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกอันดับหนึ่งของพวกเขา แล้วมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะเลือกซื้อวิดีโอเกมตรงตามโจทย์ที่ต้องการได้ถูกต้อง? นี่คือ วิธีชั่งใจเลือกซื้อเกมให้โดนใจผู้เล่น ที่จะเป็นการเผยเทคนิคช่วยให้ผู้เล่นสามารถพิชิตหน้าร้านค้าด้วยการเลือกซื้อเกมได้รวดเร็ว ถูกใจ และแม่นยำขึ้น

แยกแนวประเภทและการนำเสนอเกมให้ถูก

Insurgency Sandstorm

ถึงแม้ว่าจะเป็นเกมแอคชั่น แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเกมแอคชั่นที่คุณถูกใจ เพราะประเภทของวิดีโอเกมมีการแตกย่อยหลายประเภทจนรู้สึกสับสนไปตาม ๆ กัน อย่างเช่น Action Adventure เน้นการผจัญภัย, Action Hack and Slash ฟาดฟันสุดเหวี่ยง, Action RPG เพลิดเพลิน, Action Shooting สุดร้อนแรง, Action Horror สุดหลอน และยังมี Action อีกหลายแบบที่ยังไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจน

หรือแม้แต่เกมสยองขวัญยังมีการแบ่งประเภทการนำเสนอที่แตกต่างเป็น Horror สยองขวัญแท้ 100%, Survival Horror สยองขวัญเอาตัวรอด, Psychological Horror สยองขวัญจิตวิทยา และ Horror Thriller สยองขวัญฉบับลุ้นระทึก

การแยกประเภทของเกมมีขึ้นเพื่อบีบความกว้างให้ผู้เล่นสามารถมองหาสินค้าเกมที่ผู้เล่นต้องการสะดวกสบายยิ่งขึ้น และช่วยให้เกมเมอร์เข้าใจประเภทของเกมที่ตนเองชื่นชอบอีกด้วย

ศึกษาระบบการเล่นที่ตัวเองชอบ

ระบบเกมการเล่นถือเป็นกระดูกสันหลังของวิดีโอเกมทั้งหมด ฉะนั้นผู้เล่นต้องทำความเข้าใจหรือรู้จักตัวเองก่อนว่าชื่นชอบฟีเจอร์แบบไหนและมีการสไตล์การเล่นเกมเป็นอย่างไร ถ้าหากผู้เล่นสามารถใช้เวลากับการปั๊มไอเท็ม, เล่นกับเพื่อนฝูง, Grind หนักเป็นเวลานาน เกมเมอร์อาจต้องมองหาเกมประเภท RPG อย่าง Monster Hunter: World, The Divisions หรือเกมตระกูล Final Fantasy

หากอยากเล่นเกม Stealth ลอบเร้นที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และความใจเย็น เหล่าคอมมูนิตี้เกมเมอร์หลายคนจะต้องแนะนำเป็นเกม HITMAN หรือ Dishonored อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าจะเน้นความท้าทายที่มีระบบ AI ชาญฉลาดและกลไลของเกมมีความซับซ้อน ก็คงหนีไม่พ้นเกมซีรีส์ Metal Gear Solid หรือ Splinter Cell

อยากจะชิล ๆ เล่นเกมสบาย ๆ เพื่อฆ่าเวลา ไม่ต้องรีบร้อนและรู้สึกดีต่อใจ เกมอินดี้อย่าง Stardew Valley, Minecraft หรือ Euro Truck Simulator ถือเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

แต่แน่นอนว่าการศึกษาระบบการเล่นเกมค่อนข้างมองเห็นภาพได้ยากหากมีแต่ตัวหนังสือหรือคำพูดอย่างเดียว ผู้เขียนจึงแนะนำให้ลองหาคลิปประเภท Walkthrough Part 1 หรือ Official Gameplay Trailer โดยมีทีมพัฒนาเป็นผู้อธิบายตัวเกมอย่างมืออาชีพ เพื่อสามารถประกอบการตัดสินใจการซื้อเกมให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้นครับ

อย่าเชื่อรีวิว คำวิจารณ์ และเสียงของคนอื่น

Steam Review

บทความหรือตัววิดีโอรีวิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเจ้าสำนักเล็กหรือเจ้าสำนักใหญ่โต ทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงออกความคิดเห็นส่วนตัวของนักเขียนหรือ Creator  Content ทำให้บางครั้งในแต่ล่ะเจ้าสำนักจะมีหลักเกณฑ์, ความคิดวิเคราะห์เชิงลึก, และมาตรฐานการให้คะแนนที่ไม่เหมือนกัน

ส่วนเสียงคำวิจารณ์กับเสียงของคนอื่นก็ถือเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวส่วนหนึ่งเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เกมเมอร์เจ้าหนึ่งวิจารณ์ระบบ Microtransactions ในวิดีโอเกมเป็นเรื่องที่ไม่ดี จึงทำการกดคะแนนต่ำลง, แต่อีกเจ้าบอกว่า Microtransactions เป็นการสนับสนุนทีมงานผู้พัฒนาเกมให้สามารถสร้างผลงานต่อไปได้ เราไม่จำเป็นต้องกดคะแนนแล้วปล่อยข้ามมันไป ฉะนั้นหากกลุ่มผู้เล่นมีประมาณ 100 คน ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปถึง 108 เหตุผล เช่นกัน

และเนื่องจากปัจจุบัน เว็บไซต์ Review ต่าง ๆ เริ่มมีการใช้บรรทัดฐานของตนเองในการนำเสนอมากกว่าวิเคราะห์ตัวเกมโดยรวม หรือถูกนำใช้เป็นเครื่องมือเป็นปากกระบอกเสียงของเหล่าเกมเมอร์

เคสตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุดคือ Steam Review ของเกม Metro 2033 ที่จากเคยเป็นเกมมีคะแนนวิจารณ์ยอดเยี่ยมกลายเป็นเกมที่มีคะแนนแบบผสม เพราะเกมเมอร์ไม่พอใจที่ Metro Exodus ย้ายร้านค้าขายเกมผ่าน Epic Game Store รูปแบบ Exclusive ในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป ทั้ง ๆ ที่เกม Metro 2033 ไม่มีส่วนเกี่ยวอะไรเลยกับเกม Metro Exodus (หมายถึงแง่ดราม่านะ ไม่ใช่ตัวเกม)

Steam Review
Grand Theft Auto V โดนถล่มนิ้วแดง เพราะผู้เล่นประท้วงไม่พอใจที่ทีมงานแบนม็อด และมันได้ผล

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เกมเมอร์จึงไม่จำเป็นต้องเชื่อบทรีวิว, คำวิจารณ์และเสียงของคนอื่น เพราะเนื่องจากข้อความเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวที่บอกเล่าต่อกันมา ซึ่งอย่างไรก็ไม่สามารถวัดได้เท่ากับการสัมผัสตัวเกมจริง ๆ อยู่ดี

แต่ไม่ใช่ว่าสื่อทั้งหมดที่กล่าวมาจะไม่มีประโยชน์ซะทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นบทความหรือวิดีโอรีวิวชิ้นไหนจะต้องผ่านกระบวนการเล่นและติดวิเคราะห์ทั้งสิ้น ฉะนั้นให้ผู้เล่นลองอ่านหรือชมรีวิวจากที่อื่น ๆ หลายสำนักเพื่อใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจซื้อเกมก็ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่เลวเลยเช่นกัน

ทดลองเกมฉบับ Demo หรือ Open Beta

Resident Evil 2

วิธีการปล่อยเกม Demo หรือฉบับ Open Beta ถือเป็นการวัดใจของทีมผู้พัฒนาเกมถึงผู้เล่นทุกคนให้ทดลองสัมผัสตัวเกมจริง ๆ ว่าคุณชอบมันหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเกมฉบับเต็ม ฉะนั้นการทดลองเกมเวอร์ชั่น Demo และ Open Beta จัดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชั่งใจเลือกซื้อเกมให้ถูกใจ เพราะผู้เล่นได้ลองสัมผัสกับเข้าใจระบบของเกมเบื้องต้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของเกม ระบบเกมเพลย์ สภาพแวดล้อม บรรยากาศ และองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากมาย