6 เกมแข่งรถสำหรับคนรักการ ‘ชน’ เป็นชีวิตจิตใจ

 

Destruction Derby

Destruction Derby

เริ่มต้นด้วยเกมแข่งรถ Demolition Derby ในยุค PS1 ที่เกมเมอร์หลายคนต้องตื่นตะลึงกับภาพกราฟิกที่สวยงามและมีความสนุกสุดเร้าใจกับรู้สึกลุ้นระทึก เพราะทุกโค้งทุกส่วนของสนามแข่งจะเต็มไปด้วยเศษซากของรถแข่ง

ด้วยตัวเกมที่รองรับผู้เล่นถึง 20 อันดับ, รอยพุพังของโมเดลรถยนต์ที่ส่งผลต่อการควบคุม และการออกแบบสนามแข่งรถในลักษณะเส้นถนนเล็กแคบ ทำให้ผู้เล่นสามารถชนรถของคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย แต่ตัวเกมก็มีความท้าทายไปในตัว เพราะผู้เล่นจะต้องใช้ทักษะหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เช่นกัน

Destruction Derby เป็นเกมแข่งรถที่นอกจากจะสนุกแล้ว ยังเป็นเกมที่สามารถดึงประสิทธิภาพเครื่อง PlayStation 1 ให้สูงที่สุดอีกด้วย ผู้เล่นยังคงสามารถหาเล่นได้ที่เครื่อง PlayStation Classic

Carmageddon

Carmageddon
Carmageddon ภาค Reincarnation

เกมแข่งรถสุดโหดที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเนื้อหา Ultra-Violent ที่ผู้เล่นต้องไล่ชนคู่แข่ง รวมกระทั่งคนกับสัตว์ที่สัญจรผ่านไปมาเพื่อบวกเวลา Checkpoints ไม่ให้ Game Over

ด้วยการนำเสนอ Gore แบบถึงน้ำถึงเนื้อ เลือดเป็นเลือดสีแดงข้น ไส้เป็นไส้ ทำให้เกม Carmageddon ได้ขึ้นบัญชีดำโดนแบนในประเทศบราซิล, โปรตุเกส กับออสเตรเลีย (ปัจจุบันปลดแบนหมดแล้ว) และสำหรับประเทศอังกฤษกับเยอรมนี ตัวเกมได้มีการเซนเซอร์เนื้อหาด้วยการเปลี่ยนสีเลือดเป็นสีเขียว และมนุษย์ในเกมเปลี่ยนเป็นซอมบี้แทน

หากผู้เล่นไม่อ่อนไหวต่อเลือด อวัยวะฉีกขาด หรืออยากระบายอารมณ์ผ่านคอนโทรลเลอร์ เกมแข่งรถ Carmageddon เป็นเกมหนึ่งที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับคนอยากชนและชื่นชอบเนื้อหารุนแรง

Wreckfest

Wreckfest

หลังตัวเกมใช้เวลาพัฒนามานานหลายปีจนหลายคนนึกว่าเกมโดนเทไปแล้วเรียบร้อย ในที่สุด เกม Wreckfesr ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นเกมแข่งรถชนแหลกที่สมจริงที่สุดแห่งปี ด้วยภาพกราฟิกแบบ Next-Generation และรอยบุบพังของรถยนตร์ที่ผ่านการคำนวณฟิสิกส์อย่างละเอียด ทำให้ทุกการบี้ของรถยนตร์ ผู้เล่นจะต้องรู้สึกสั่นสะท้านหรือร้องเจ็บไปทั่วร่างกาย

ถึงแม้ว่าระบบเกมจะค่อนข้างตกยุคไปสักนิด แต่ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณทีมพัฒนา Bugbear ผู้เคยมีประสบการณ์สร้างเกมแข่งรถอย่างตระกูล Flatout มาก่อน ทำให้เกม Wreckfest ยังคงสนุกสนานตามสไตล์เกมแข่งรถชนแหลกเหมือนเดิม

FLATOUT Ultimate Carnage

FLATOUT Ultimate Carnage

แม้ตัวเกมจะมีอายุมากกว่า 8 ปีมาแล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ท้าชิงเกมไหนที่สามารถโค้นบัลลังก์แชมป์สุดยอดเกมแข่งรถ Demolition Derby อย่างเกมนี้ได้

FLATOUT Ultimate Carnage ถือว่าเป็นเกมแข่งรถชนแหลกที่เกือบเพอร์เฟกต์ในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในส่วนของรถยนตร์ในเกมที่ทุกคัน ทุกรุ่น ทุกคลาสจะมีระบบฟิสิกส์การขับรถเฉพาะตัว รวมไปถึงสนามแข่งรถที่ผู้เล่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับมันด้วยการชนวัตถุสิ่งของ กระจกร้านค้า วัตถุระเบิด รวมไปถึงตึกราวบ้านช่องที่ผู้เล่นแทบจะสามารถทำลายได้ทั้งเมือง

แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับเกม Flatout คือระบบพุ่งตัวละครออกจากหน้าต่างจากการชนอัดก็อปปี้หรือเลือดของรถยนตร์จนหมดหลอด

มีผลลัพธ์ทำให้เกม FLATOUT Ultimate Carnage คอยสร้างความบันเทิงและตลกคอเมดี้ให้แก่ผู้เล่นตลอดเวลา

Burnout Series

หากเกมนี้ไม่ติดอยู่ในรายชื่อนี้ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เพราะเกม Burnout ถือว่าเป็นสุดยอดตำนานเกมแข่งรถอาร์เคดชนแหลกที่ผู้เล่นทุกคนไม่ควรพลาดทั้งปวง

แต่ภาคที่ได้รับความนิยมสูงสุด คงไม่พ้นเกม Burnout 3: Takedown กับ Burnout Revenge เพราะเกมดังกล่าวอยู่แพลตฟอร์ม PlayStation 2 ซึ่งเกมทั้งสองภาคมีเสียงตอบรับดีอย่างล้นหลามด้วยระบบเสียงคุณภาพสูง , เซนส์ความเร็วรู้สึกสัมผัสได้ และรอยบุบของโมเดลรถยนตร์มีรายละเอียดที่สูง

แต่ไม่ใช่ว่าเกม Burnout จะมีดีเพียงแค่สองภาคเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นภาคแรก, ภาคสอง, Burnout Dominator หรือเกมภาคล่าสุดอย่าง Burnout Paradise ตามลำดับ ตัวเกมก็ยังคงได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้สนุกยิ่งขึ้นตลอดทุกภาค

แม้ซีรี่ส์ Burnout จะยังไม่มีวี่แววพัฒนาภาคต่อ แต่ไม่ว่าจะรออีกนานแค่ไหน ผู้เล่นก็พร้อมที่จะต้อนรับเกม Burnout ภาคใหม่อยู่เสมอ

BeamNG.drive

beamng.drive

เกมนี้จะแตกต่างไปจากเกม Racing ตัวอื่น ๆ เพราะ BeamNG.drive ไม่ใช่เกมแข่งรถแท้ 100% แต่เป็นเกมประเภท Sandbox ที่มีจุดประสงค์เพื่อการทดลองกับทำลายรถยนตร์ด้วยระบบฟิสิกส์ตัวเบาที่ชื่อว่า soft-body

หากผู้เล่นอยากพังรถ, อยากจะขับ, วางกับดักกลางถนน, ทดสอบอุบัติเหตุ, วางรถจากที่สูงลงไปต่ำ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสามารถทำได้ในเกมนี้