Garry’s Mod ที่สุดแห่งเกมแนว Sandbox ที่ “เป็นทุกอย่าง” ให้เกมเมอร์

 เกมเมอร์หลายคนคงรู้จักกับประเภทเกมแนว Sandbox นั่นคือแนวเกมที่จะให้อิสระกับผู้เล่นในการทำกิจกรรมในเกม โดยที่แทบไม่ต้องมีการกำกับใดๆ จากระบบของเกม โดยสาเหตุที่มีการเรียกว่า Sandbox ก็เพราะว่า เปรียบได้กับกระบะทราย ที่สามารถก่อสร้างสิ่งใดขึ้นมาก็ได้ตามใจผู้เล่น แนวเกมนี้เริ่มมีการพูดถึงและใกล้ความจริงมากขึ้น สังเกตได้จากเกมแนวโลกเปิด (Open-World) ที่เปิดให้เล่นมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เกมโลกเปิดอย่าง GTA ได้วางขาย มันก็สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการ

แต่เกมโลกเปิดในช่วงแรกนั้นก็ไม่ได้เป็นเกมแนว Sandbox ที่ละเอียดมาก แต่ในช่วงปลายปี 2004 ได้ถือกำเนิดเกมอีกเกมหนึ่งที่จะทำให้เกมแนว Sandbox กลายเป็นเกมที่ได้รับความนิยมชมชอบจนกระทั่งทุกวันนี้ นั่นก็คือ Garry’s Mod และต่อมา เกมนี้ก็ถูกขนานนามว่ามัน “เป็นทุกอย่าง” สำหรับเกมเมอร์ชาว PC ไปโดยปริยาย

หนึ่งในเกมที่ดังเป็นพลุแตก เพราะระบบและความสำเร็จของ Half-Life 2

ในปัจจุบันนี้ Garry’s Mod เป็นเกมที่ขายในร้านค้า Steam ในราคา 219 บาทไทย แต่ถ้าเป็นคนใช้ Steam ที่เก่ากว่าสักหน่อยจะรู้ว่ามันเคยแพ็คขายพร้อม Counter-Strike Source (ด้วยข้อจำกัดของตัวเกมที่ต้องมีเกม Source Engine อยู่ในเครื่องเสมอ) และถ้าย้อนไปอีกในปี 2004 Garry’s Mod ยังไม่ใช่เกม Standalone แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่ Mod หนึ่งของเกม Half-Life เท่านั้น โดยผู้สร้างคือนาย Garry Newman และก็เป็นที่เข้าใจกันในตอนนั้นว่า คงคิดชื่อ Mod นี้ไม่ออก เลยขอตั้งเป็นชื่อตัวเองว่า Garry’s Mod เสียเลย โดยกว่าจะแยกขายเป็นเกม Standalone ก็คือในปี 2006 หรืออีกเกือบ 2 ปีต่อมา (ต่อมา Garry Newman ได้ตั้งสตูดิโอ Facepunch Studios ในการร่วมพัฒนาเกมนี้ และเกมต่อไปคือ Rust)

ด้วยความที่มันเป็นเกม Mod มาจาก Half-Life 2 เกมจึงมีการหยิบยืมทั้งตัวละคร อาวุธ ยานพาหนะและฉากต่าง ๆ ออกมาเป็นส่วนหนึ่งในเกมเพลย์ และระบบสำคัญที่ทำให้เกมสนุกมาก นั่นคือระบบฟิสิกส์ของเกมที่ไม่ต่างจาก Half-Life 2 แต่อย่างใด เรียกได้ว่าการกระทำหลายอย่างใน Half-Life 2 สามารถทำใน Garry’s Mod ได้เช่นกัน

เกมที่ไม่มีแก่นสารใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่อุปกรณ์มาให้ผู้เล่นทำตามใจตนเอง

สำหรับผู้เขียนแล้ว เกมนี้ถือเป็นเกมที่ดูจะเข้านิยามกับคำว่า Sandbox ที่สุด เพราะเกมที่ให้ของที่กล่าวมาข้างต้น ปรับแต่งด้วยของใหม่ๆ ที่ Garry ใส่เข้ามาเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เราจัดท่าทางข้าวของในเกม ก็พอที่จะทำให้เกมมีความอิสระสูงมาก เช่น สามารถเสกของได้ตามที่ต้องการ เสก NPC ให้ขยับได้หรือไม่ได้ เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตา ทำให้บินได้ ทำรถคันใหม่จากโซฟาก็ได้ ซึ่งตัวเกมก็มีการนำเครื่องมือสุดล้ำที่มีอยู่แล้วใน Half-Life 2 มาทำให้เป็นส่วนสำคัญของเกมนี้ คือ PhysGun ที่มีไว้สำหรับยกของใหญ่หรือหนักขนาดไหนก็ได้ให้ลอยขึ้น โดยเพิ่มคุณสมบัติที่จะแช่สิ่งของให้อยู่กลางอากาศ เลือกขยับชิ้นส่วนบางส่วนของร่างกาย NPC และ Gravity Gun ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับใน Half-Life 2 ทุกอย่าง ส่วนนอกจากนี้ เกมไม่บอกอะไรมาอีกเลย ปล่อยให้ผู้เล่นคิดเองว่า จะเอายังไงกับของที่ให้มาดี ความสนุกมันอยู่ตรงที่การใช้ความคิดสร้างสรรค์ของผู้เล่นนั่นเอง

เหมือนสโลแกนของเกมที่ว่า “Garry’s Mod is a physics sandbox. There aren’t any predefined aims or goals. We give you the tools and leave you to play.” แปลว่า Garry’s Mod เป็นสนามเด็กเล่นฟิสิกส์ ที่นี่ไม่มีเป้าหมายใดๆ เราให้เครื่องมือคุณและปล่อยให้คุณเล่นเอง

ไม่พอใจกับของที่เกมมีให้ สามารถโหลดเพิ่มเติมได้ง่ายดาย

นอกจาก Half-Life 2 แล้ว ถ้ามีเกมที่ใช้ Source Engine ในเครื่อง ตัวเกมก็ฉลาดพอที่จะดึงโมเดลมาใช้ได้เลย และเกมนี้ถือเป็นหนึ่งในเกมตัวอย่างที่ดีในการใช้ระบบ Steam Workshop ได้เต็มที่ที่สุด เหมือนผู้สร้างจะรู้ดีเหมือนกันว่า มีด่านแค่นี้ มีของให้มาเท่านี้ เล่นไปสักพักจะต้องเบื่อแน่นอน ตัวเกมเลยถูกออกแบบมาให้เพิ่มของเข้าไปใหม่ได้ง่ายๆ ถ้าเป็นยุคแรกจะต้องมีการรัน Script เข้าไป ซึ่งผู้เขียนไม่ทันได้เล่นตอนนั้นแต่มาทันเล่นในช่วงที่ Steam Workshop ถูกเพิ่มเข้ามาและมันก็เข้ากับเกมนี้ได้เป็นอย่างดี ระบบนี้ทำให้มีบรรดานักเขียนเกมและนักปั้นโมเดลจำนวนมากทำ NPC ยานพาหนะ สิ่งของ ด่านใหม่ หรือแม้กระทั่งโหมดเกมใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมทั้ง Garry’s Mod ไปเลย (เป็น Mod ซ้อนใน Mod อีกทีหนึ่ง) การโหลดของใหม่เหล่านี้ก็แค่กดไปที่เมนู Steam Workshop ที่อยู่ข้างนอกหรือในเกมก็ได้ และบางครั้งมันก็โหลดจนเพลิน จนอยากจะเตือนว่า หลายคนพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เต็มก็เพราะเกมนี้เกมเดียว นี่แค่เกมๆ เดียว แต่สามารถครอสโอเวอร์ได้ทั้งจักรวาล ที่สำคัญคือ ระบบแสนง่ายเหล่านี้หาได้เฉพาะบนเกมแท้บน Steam เท่านั้น

เกมที่ออกแบบมาให้เล่นกับเพื่อนได้สนุกมาก

เกมมีระบบออนไลน์ผ่าน Steam ในตัว สามารถดึงเพื่อนเข้าห้องเล่นของเรา หรือไปเข้าร่วมเกมเพื่อนก็ยังได้ ก็ต่อเนื่องมาจากที่เราสามารถโหลด Map มาเล่นได้เอง เราสามารถสร้างประสบการณ์เล่นเกมแปลกๆ ได้อยู่เสมอ เช่น ตามหาว่าใครเป็นผู้ทรยศใน Trouble in Terrorist Town, เล่นซ่อนหาแบบล้ำๆ แปลงร่างเป็นข้าวของใน Prop Hunt, ทำโรงภาพยนตร์ของตนเอง และเปิดหนังจาก YouTube ใน Cinema, ล่าท้าผีแบบตกใจสุดขีดใน Horror Map อันหลากหลาย และเกมปาบอลที่ห้ามใครโดนบอล ไม่เช่นนั้นจะต้องตาย ใน You Touched It Last

ส่วนใครที่ไม่อยากเปิดเซิร์ฟเวอร์เอง Garry’s Mod ก็รองรับ Dedicated Servers เหมือนกับเกมอื่นในเครือของ Valve สามารถเข้าไปเล่นได้ง่ายดาย

สำหรับเกมนี้แล้ว นี่คือความสนุกที่สามารถหาได้ไม่รู้จบ ด้วยจำนวนผู้เล่นที่ยังสูงโดยเฉลี่ย 50,000 คน ต่อวัน พร้อมนักสร้างคอนเทนต์จำนวนมากที่รอให้ผู้เล่นได้เข้าไปโหลดและเอาไปสนุกกับเพื่อน และยังคงมีทีมงานดูแลเอาใจใส่เกมนี้อยู่เสมอเป็นเวลากว่า 14 ปี จึงทำให้เกมนี้ “เป็นทุกอย่าง” สำหรับเกมเมอร์จริงๆ