[REVIEW]FROSTPUNK ต้องรอด! เวอร์ชั่น STEAMPUNK ในแดนหิมะ

 ในขณะที่กระแสเกมคอนโซลกำลังอย่าง GOD OF WAR กำลังมาแรง บนเครื่อง PC ก็มีเกมดีๆเอาใจเกมเมอร์สายสร้างเมือง+STRATEGY+SURVIVAL อย่าง FROSTPUNK ที่พัฒนาโดย 11 BIT STUDIOS กับผลงานก่อนหน้า THIS WAR OF MINE เกมแนวเอาตัวรอดในสงครามที่ตีตลาดเกม ได้รับความนิยมและคำชมถ้วนหน้า

PLOT

พล๊อตเรื่องหลักของเกม FROSTPUNK จะบอกถึงเหตุการณ์ ALTERNATE HISTORY ในช่วงปี 1800 ที่โลกทั้งใบถูกภัยวิบัติพายุหิมะถล่ม แช่แข็งสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งที่ขวางหน้า ตัวผู้เล่นรับหน้าที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มคนที่หนีตายจากเมืองลอนดอน ขึ้นเหนือไปสร้างอารยธรรมเล็กๆอยู่ที่หุบเขาแห่งหนึ่ง โชคดีที่เรายังมีเตาปฎิกรณ์ถ่านหิน(GENERATOR) ที่ใช้เทคโนโลยีสตีมพังค์เป็นเครื่องปั่นกำลังไฟ และมอบความอบอุ่นแก่ผู้คนในเมืองเล็กๆแห่งนี้ ทว่าความหนาวเย็นไม่ได้เป็นอุปสรรคเพียงหนึ่งเดียวในการเอาตัวรอดของเรา ความหิว, ทรัพยากรที่ขาดแคลน, โรคภัย และตัวมนุษย์ด้วยกันเองบังคับให้เราในฐานะผู้ที่กุมชีวิตคนนับร้อยในเมืองนี้ ต้องทำทุกวิธีทางเพื่อผ่านพ้นไปให้ได้ แม้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม….

GAMEPLAY

FROSTPUNK เป็นเกมแนว STRATEGY ที่ผสมผสานแนวการสร้างเมืองแบบ BASE BUILDING กับ SURVIVAL และการตัดสินใจแบบ DECISION MAKING เข้าไว้ด้วยกัน ผู้เล่นจะต้องเก็บทรัพยากรที่ในเกมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท(ถ่านหิน, ไม้, เหล็ก และแกนพลังงาน) เพื่อใช้ในการสร้างสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอดของผู้คนในเมืองและอัพเกรดต่างๆ สิ่งก่อสร้างแต่จะชนิดจะมีการทำงานที่ต่างกันออกไป,ใช้พื้นที่ในการสร้างใหญ่เล็กไม่เท่ากัน, ต้องการทรัพยากรมนุษย์แตกต่างกัน และสิ่งก่อสร้างแต่ละชนิดกันความร้อนได้ไม่เท่ากัน ความยากอย่างแรกของเกมนี้คือ “การวางแปลนเมือง” ที่เราต้องเลือกวางสิ่งก่อสร้างเช่นบ้านพักอาศัยให้ใกล้เตาปฎิกรณ์และเลือกที่จะวางสิ่งก่อสร้างอื่นๆไว้ห่างออกไป โดยจำแนกพื้นที่ให้พอดี ไม่ไปเบียดเสียดขวางทางกันเองครับ

“ความหนาว” คือศัตรูตัวหลัก และ “ความร้อน” ที่ได้จากเตาปฎิกรณ์คือเพื่อนของเราในเกมนี้ครับ GENERATOR จะกินทรัพยากรถ่านแลกกับการให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ชาวเมือง เพราะหากเตาปฎิกรณ์ดับเมื่อไรนั่นหมายถึงชาวเมืองของเราจะค่อยๆหนาวตาย กลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปเรื่อยๆ และเมื่อเวลาผ่านไปความหนาวเย็นก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆบีบให้เราต้องทำงานแข่งกับเวลา ทำการวิจัย TECH ต่างๆที่ช่วยในเรื่องความอยู่รอดตั้งแต่การวิจัยเทคโนโลยีความร้อนเพื่ออัพเกรดเตาปฎิกรณ์ให้สามารถสร้างความร้อนได้สูงขึ้น และมีรัศมีความร้อนครอบคลุมได้ไกลขึ้น แลกกับการกินทรัพยากรถ่านที่มากขึ้น, การวิจัยหุ่นยนต์ AUTOMATRON ที่สามารถทำงานได้ 24/7 แลกกับทรัพยากรมหาศาลที่จำเป็นต่อการสร้างหรือ PROSTHETIC LIMB แขนขาจักรกลที่ให้ชาวเมืองที่ต้องตัดแขนขาทิ้งเพราะความหนาวเย็นกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ทั้งหมดนี้เราไม่สามารถวิจัยและทำได้หมดทุกสิ่ง ทุกการวิจัยต้องใช้ทรัพยากร, ใช้แรงงานคน และใช้เวลา การวางแผนเลือกวิจัยที่ให้ประโยชน์เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุดคือสิ่งที่ผู้เล่นต้องพึงระวังไว้เสมอครับการดูแลเมืองสตีมพังค์นี้ให้รอดจากความหนาวนั้นก็ยากแล้ว เรายังต้องคอยแก้ปัญหาที่เกิดจากตัวมนุษย์ด้วยกันเองอีก ด้วยคนยิ่งเยอะเรื่องก็เยอะตาม ในเกมจะมีแถบ HOPE และ DISCONTENT อีกระบบหนึ่งที่คอยเช็คความเป็นไปของผู้คนในเมืองและความพึงพอใจต่อประสิทธิภาพการทำงานของเรา HOPE คือศรัทธาต่อตัวเมืองว่ายังคงมีอนาคตที่จะประคับประคองชีวิตต่อไปได้ หาก HOPE ลดลงผู้คนก็จะหมดอาลัยตายอยากไม่มีกำลังใจจะทำงาน ส่วน DISCONTENT คือความพึงพอใจที่หากเราทำให้ผู้คนไม่พอใจมากๆ ก็อาจเกิดการปฎิวัติลากคอเราลงมาล่าแม่มดได้ นี่ผมยังไม่พูดถึงการตัดสินใจในอีเว้นต์ต่างๆที่ผุดขึ้นมาในเกม อย่างเช่น เหตุการณ์หนึ่งที่อากาศหนาวจัดจนผู้คนไม่อยากทำงาน ผมก็ต้องเลือกว่าจะบังคับให้ทำงานต่อ หรือให้กลับบ้านนอนการตัดสินใจเหล่านี้ก็มีผลต่อ HOPE และ DISCONTENT เช่นกัน การแก้ปัญหาคือการ “ตั้งกฎ” ผ่านระบบ BOOK OF LAW ที่ให้เราสามารถตั้งเกณฑ์ต่างๆในการใช้ปกครองเมืองนี้ได้ ส่วนจะดีร้าย มีมนุษยธรรมมากแค่ไหนก็ขึ้นกับเราแล้วครับว่าเราจะเอา “ศักดิ์ศรีความเป็นคน” หรือ “ความอยู่รอด” เป็นหลัก หลังๆเรายังสามารถเลือกแนวทางของเมืองว่าจะใช้กำลังในการปกครองเป็นเผด็จการ หรือใช้ศาสนาเป็นตัวยึดผู้คนเข้าไว้ด้วยกันในนรกหิมะแห่งนี้

เกมเพลย์ย่อยอีกอย่างหนึ่งนอกจากการสร้างเมืองแล้วคือการ “ผจญภัย” โดยการส่งนักสำรวจออกไปค้นหาสถานที่ต่างๆรอบเมืองของเรา เพื่อหาผู้รอดชีวิต, ทรัพยากร หรืออาจได้เจอข้อมูลต่างๆที่บอกเราว่าทำไมโลกถึงถูกปกคลุมด้วยหิมะเช่นนี้

ตัว UI และเหตุการณ์ต่างๆในเกมก็มีการออกแบบได้อย่างสวยงาม มีภาพประกอบช่วยเสริมการเล่าเรื่อง ที่สำหรับเกมแนวนี้แล้วเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ และผู้พัฒนาก็ทำออกมาได้อย่างน่าพอใจครับ อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบคือเราสามารถปรับมุมมองของเกมจากมุมมองปกติ เป็น HEAT VISION ที่จะแสดงสิ่งก่อสร้างเป็นสีต่างๆตามอุณหภูมิของสิ่งก่อสร้างนั้น นอกจากจะสวยแล้ว ยังช่วยในการวางแผนจัดระเบียบเมือง และการดูว่าส่วนไหนของเมืองต้องการความอบอุ่นด้วยครับ

ATMOSPHERE

หากไม่นับโทนของเกมที่ค่อนข้างหดหู่ สีหม่นๆแล้วละก็ ตัวเมืองจักรไอน้ำที่เราดูแล, แวดล้อมภูเขาหิมะ และสถาปัตยกรรมต่างๆในเกมถือว่ามีความสวยงามสมกับธีมสตีมพังค์มาก ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้มี RESOLUTION ที่คม ภาพไม่เบลอ ส่วนตัวที่ผมชอบที่สุดคือ “หน้าจอ” ครับที่หากสังเกตดีๆตรงขอบจอจะมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ ที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามสภาพอากาศของเมืองเรา ที่ช่วงหลังๆอุณหภูมิตกฮวบ หน้าจอที่แทบจะโดนน้ำแข็งกลืนเลย หรือถ้าเราเล่นดีทำให้เมืองเราอุ่นเกล็ดน้ำแข็งนี้ก็จะระเหยกลายเป็นไอน้ำแทน เป็นกิมมิคเล็กๆอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าช่วยสร้างความอินให้กับเกมได้เป็นอย่างดีครับ

MUSIC

เพลงประกอบในเกมนี้ทำออกมาได้เข้ากับบรรยากาศในเกมเป็นอย่างมาก ทำนองจะออกแนวเนิบๆ คล้ายๆพวกเพลงคลาสสิค แต่ก็มีบางจังหวะโดยเฉพาะช่วงท้ายๆเกมที่ถือว่าเป็น “จุดพีค” ของเกม เพลงประกอบในตอนนั้นสำหรับผมที่เล่นแล้วบอกได้คำเดียวคือ “อินตามเกม” มือเหงื่อชุ่มด้วยความระทึก แม้กระทั่งเล่นจนจบแล้วก็ยังเกร็งยังขนลุกอยู่เลยครับ

DIFFICULTY

ด้วยความที่เกมเป็นแนว STRATEGY ผมอยากให้ผู้เล่นเล่นเกมนี้โดยระลึกไว้ว่า “เกมนี่ไม่ง่าย” โดยเฉพาะการเล่นรอบแรกที่แม้จะไม่ได้ยากแบบผิดนิดเดียวถึงตาย แต่หากผู้เล่นเผลอเรอหรือละความสนใจไปแล้ว ความผิดพลาดเหล่านี้จะทบกันเรื่อยๆและจะส่งผลกระทบจริงๆตอนช่วงท้ายเกมครับ

สำหรับคนที่เล่นเกมแนวนี้จนชินแล้วรู้สึกว่าง่ายไป เราก็สามารถที่จะปรับความยาก-ง่าย และปรับสถานการณ์(SCENARIO) เช่น ความยากในการคุมคน, ความร้ายแรงของพายุหิมะ ฯลฯ ต่างในเกมให้เป็นไปตามความต้องการได้ด้วยครับ

REPLAYABILITY & PRICE

เนื่องจากเกมนี้เป็นเกมเน้นการเล่าเรื่อง โดยจะมีเนื้อเรื่องหลักที่กินเวลาเล่นเฉลี่ยราวๆ 8-10 ชั่วโมงขึ้นกับความไวของผู้เล่น และเนื้อเรื่องเสริมอื่นๆที่จะเล่าถึงเหตุการณ์อีกจุดหนึ่งที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกัน แม้จะมีความยาวในการเล่นสั้นกว่าเนื้อเรื่องหลัก แต่ทั้งหมดนี้เราก็สามารถกลับมาเล่นใหม่ได้ด้วยการปรับ DIFFICULTY และ SCENARIOอย่างที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้า โดยภาพรวมเวลาการเล่นให้ครบทุกเนื้อเรื่องอยู่ที่ราวๆ 12-15 ชั่วโมง สำหรับเกมที่ราคาประมาณ 300+ บาท ผมถือว่าคุ้มค่าครับ

เรื่องราคานั้นสำหรับคนที่ครองครองเกม THIS WAR OF MINE อยู่เช่นเดียวกับผู้เขียนสามารถซื้อเกมนี้ได้ในราคาลด 10% ถึงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมครับ

CONCLUSION

 

FROSTPUNK เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผมอินจัดนั่งเล่นข้ามคืน ตื่นมาก็ยังอยากเล่นต่อ ถือว่าสมการรอคอย และแรง HYPE แม้ตัวเกมจะขาดโหมด SANDBOX ในปัจจุบันทำให้การเล่นซ้ำอาจไม่สดใหม่ แต่ด้วยโครงสร้างของเกมที่คาดว่าจะมีอัพเดทเรื่อยๆในตอนนี้มีดีไม่แพ้เกม AAA คุ้มค่าทุกเม็ดเงินที่เสียไปครับ