Total War: Warhammer II Sale 25 %


การกลับมาของมหาสงครามอันดุเดือด จัดหนักกว่าที่เคย


จากความสำเร็จของเกม Total War:Warhammer ภาคแรก เว้นกลิ่นไอสงครามไม่นานทาง The Creative Assembly ทีมงานผู้พัฒนาเกมก็ได้เข็นภาคต่ออกมาอย่างรวดเร็ว หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยอยู่ว่า "เล่นปล่อยภาคต่อออกมาเร็วขนาดนี้ตัวเกมจะทำแบบลวกๆ หรือป่าว?" จากที่ผมได้ลองเล่นแล้ว ขอบอกเลยว่า รูปแบบเกมการเล่นภาคต่อนี้แตกต่างจากภาคแรก และมีการเล่นที่ดุเดือน และเร้าใจกว่าเกมในซีรีส์นี้กว่าภาคไหนๆ เพราะอะไรนะเหรอ เรามาดูกัน

 

 


เกมเก่า แต่ลูกเล่นใหม่

 


แน่นอนว่าตัวเกมก็ใช้เอนจิ้นเกมตัวเดิม รูปแบบการเล่นก็คล้ายๆ เดิม คือการจัดการทรัพยากรแบบ turn-based และการจัดการกลยุทธ์แบบ real-time tactical ตัวเกมภาคสองนี้เราจะได้เลือกเล่นโหมดเนื้อเรื่องได้ 4 เผ่าพันธุ์ได้แก่ High Elves, Dark Elves, Lizardmen และ Skaven โดยเรื่องราวจะเกิดขึ้น ณ ทวีปอันกว้างใหญ่ ประกอบด้วย Lustria, Ulthan, Naggaroth และ Southlands

 

 

 

 

เราสามารถเป็นศัตรูกับใครก็ได้ หรือจะเลือกเป็นพันธมิตรกับใครก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ละเผ่าพันธุ์จะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันเล็กน้อยแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป เช่นเผ่า Dark Elves สามารถจับเชลยที่เหลือจากการต่อสู้ หรือพวกที่รอดจากการเข้ายึดปราสาทเพื่อใช้เพิ่มค่าทองคำ หรือพวก Skaven พวกเผ่านี้ถึงแม้จะดูอ่อนแอสุดในเกม ไม่เหมาะที่จะให้เข้าโจมตีซึ่งๆ หน้าแบบตัวต่อตัว มันเป็นเผ่าที่เคลื่อนที่ได้เร็ว เผลอๆ วิ่งเร็วกว่าทหารม้าขั่นแรกของ Dark Elves เสียอีก เผ่านี้เหมาะกับการโจมตีเข้าด้านข้าง หรือเหมาะใช้การโจมตีแบบไร้ระเบียบมากกว่า อย่างเช่นผมเอากองทหารราบตรึงศัตรูด้านหน้าไว้ แล้วใช้พลหนูธนูยิงแล้วหนีทหารม้าของศัตรูไปเรื่อยๆ จนสามารถสังหารทหารม้าได้ทั้งกอง แล้วค่อยกลับมาช่วยเพื่อนที่เหลือต่อเป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าภาคสองนี้จะมีเผ่าให้เลือกเล่นน้อยกว่าภาคแรกก็ตาม และเท่าที่ผมรู้สึกตัวเกมเน้นแนวสงครามมากกว่าที่จะทำปฎิสัมพันธุ์กับเผ่าอื่นๆ อะไรมากนักส่วนใหญ่ มีครั้งนึงผมทำจะมีที่ต้องคอยใส่ใจดีๆ ก็พวกหน้าเกมการเมืองมากกว่า เพราะการเลือกผลลัพธ์ใดก็จะมีผลได้ผลเสียแตกต่างกัน เผลอๆ ถ้าเลือกมั่วๆ ค่าอิทธิพล หรือค่าการเจริญเติบโตอาจลดได้ แต่สิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้มันพิเศษกว่าภาคก่อนนั้นก็คือระบบเกมอย่างหนึ่งที่เรียกว่า The Great Vortex


The Great Vortex คือ


 ระบบเงื่อนไขพิเศษนี้แหระคือสิ่งที่ทำให้ตัวเกมนี้โดเด่นกว่าเกมไหนๆ ในแฟรนไชส์ Total War นี้ มันคือการให้แต่ละฝ่าย เข้ายึดวิหารจำนวนนึง เพื่อทำพิธีส่งคลื่นไปยังมวลหมอกพายุพลังงานลี้ลับในแผนที่เกม เพื่อขอเอาค่าพลังพิเศษนี้ให้กับเผ่าของเรา เมื่อเราได้ค่าพลังนี้แล้วย่อมมีความได้เปรียบอย่างมาก และแน่นอนในระหว่างที่เรากำลังสักการะส่งคลื่นสักการะร้องโหยหาความรักความเมตตาจากสิ่งเหนือธรรมชาติ เผ่าอื่นๆ ที่เหลือก็จะมุ่งมาที่เรา ไม่ใช่เพื่อร่วมยินดี แต่มาด้วยแรงริษยาอาฆาตร้าย ตอนนี้แหระความวินาศสันตะโรจะบังเกิด นอกจากเราจะต้องคอยรักษาวิหารในระหว่างทำพิธีให้ได้ครบ Turn แล้ว ยังจะต้องคอยรับมือกับการบุกจากทิศทางอื่นจากพวก Chaos ที่วาร์ปสุ่มมาแจมอีกด้วย


กราฟิกยังคงตระการตา

 

 


จะมีเกมไหนอีกที่จะแสดงอภิมหาสงครามนับพันยูนิตเข้าตะลุมบอลกันในฉากเดียวนอกจากเกมนี้อีกแล้ว ยิ่งได้มาดูภาพขอเหล่าสัตว์อสูรขนาดใหญ่ ไล่กระทืบเหล่าทหารหา ห่าลูกธนูนับร้อยที่ยิงเข้าใส่ เอฟเฟ็กต์คลื่นพลังจากยูนิตฮีโร่ ล้วนแสดงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ตัวเกมรองรับการแสดงผลได้หลายระดับ รวมถึงสนับสนุนจอแบบ Native 21:9 แสดงผลมุมมองได้กว้างไม่เสียสัดส่วน ประกอบกับเล่นในระหว่างศึก Vortex เข้าด้วยอีก เล่นไปเล่นมานี่นึกว่าเราเป็นผู้กำกับภาพยนตร์สงครามแฟนตาซีอย่างไงอย่างงั้น